2006/May/17

กลับมาแล้วครับ หายจากที่หายไปเกือบ 8 เดือน ก็ไม่ว่างครับ ทำนู้นทำนี่ซะจนลืมไปว่าตัวเองมีบล๊อกที่ exteen พอนึกขึ้นได้ ไม่รู้ท่านเว็บมาสเตอร์จะบล๊อกเราออกไปจากระบบหรือเปล่าหว่า โชคดีที่ยังไม่หายครับ กลับมาที่ exteen ไม่รู้จะเอาเรื่องอะไรอัพ ก็เอาเรื่องที่ไปมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 49 มาอัพใส่ไว้ดีกว่า ก็อย่างหัวเรื่องครับ 4 วัน 3 คืน 3 ประเทศ ที่ไปมาก็ไปกับกองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทยครับ ในกิจกรรมที่มีชื่อว่า " กิจกรรมสื่อมวลชนและเยาวชนสัมพันธ์ " มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

การเดินทางเริ่มที่บ้านน้าเพื่อนแถวๆอ่อนนุชครับ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2549 นั่งสองแถวมาลงที่คาร์ฟูร์แล้วเดินไปขึ้น BTS แล้วลงที่สถานีอโศกแล้วก็ต่อรถไฟฟ้าใต้ดินไปโผล่ที่หัวลำโพง มาถึงตอน 2 ทุ่มได้ นัดรวมพลที่ชานชลาที่ 4 ของสถานีหัวลำโพง พอรวมพลกันได้ครบก็ลงทะเบียนกับกองประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีสื่อมวลชนแขนงต่างๆมาร่วมเดินทางไปด้วยครับ เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ฯลฯ เมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้วก็ขนของขึ้นบนขบวนรถไฟ ซึ่งขบวนที่จะไปคือ ขบวนรถด่วนที่ 67 กรุงเทพ - อุบลราชธานี ใช่แล้วครับจุดหมายปลายทางที่ผมไปทำกิจกรรมนี้อยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อถึงเวลา 3 ทุ่มตรง ขบวนรถก็ได้เคลื่อนขบวนออกจากสถานีหัวลำโพง บนขบวนรถพวกกระผมในคณะของ Rotfaithai.Com ซึ่งเป็นสื่อมวลชนแขนงหนึ่งที่การรถไฟฯ ได้เชิญมาร่วมด้วย ได้มาประชุมกันในเรื่องกิจกรรมนี้และเรื่องการดำเนินงานในเว็บไซต์ในตู้นอนปรับอากาศ พอขบวนรถออกจากสถานีดอนเมืองพวกกระผมได้เคลื่อนทัพไปยังตู้เสบียงเพื่อรับประทานอาหารมื้อค่ำที่การรถไฟฯได้จัดเตรียมไว้ให้ แล้วก็พูดคุยเรื่องสัพเพเหระกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งขบวนรถได้เข้าสู่สถานีปากช่อง ซึ่งเป็นเวลาตี 1 กว่าๆ ก็เริ่มง่วงครับ ก็กลับไปยังตู้นอนเพื่อพักผ่อน เอนหลังได้ซะพักก็หลับครับ ตื่นมาอีกทีก็ 6 โมงครึ่ง เดินไปตู้หลังสุดเพื่อสูดอาการยามเช้า ตู้สุดท้ายเป็นตู้จัดเฉพาะมีชานด้านหลัง สามารถเอาเก้าอี้มานั่งดูวิวได้ครับ ในเวลานั้นขบวนรถได้เข้าสู่จังหวัดศรีสะเกษ บรรยากาศตอนเช้าช่างสดชื่นดีจังครับ สูดอาการเสร็จก็ไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วเดินไปตู้เสบียงเพื่อรับประทานมื้อเช้า เวลา 8 โมงเช้า ขบวนรถก็ได้มาถึงสถานีอุบลราชธานี ก็มารถบัสปรับอากาศมารับผู้ที่เดินทางมาทำกิจกรรมนี้ไปยังโรงแรมที่พัก ซึ่งไม่ไกลจากสถานีรถไฟมากนัก โรงแรมที่ไปพักนั้นมีชื่อว่า " อุบลบุรี รีสอร์ท " เมื่อมาถึงล๊อบบี้ของโรงแรมก็เช็คอินเพื่อเข้าห้องพัก โดยพักห้องละ 2 คน แล้วก็รีบอาบน้ำแต่งตัว เพราะมีกิจกรรมที่จะต้องทำต่อในเช้านั้น เวลา 9 โมง ก็ออกเดินทางไปยังโรงเรียนบ้านแก้งยาง อ.นาเยีย จ.อุบลฯ เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงครับ ซึ่งมอบให้ 2 โรงเรียนครับ คือโรงเรียนบ้านแก้งยาง และ โรงเรียนค้อบอน อ.สำโรง จ.อุบลฯ (มาจัดพิธีมอบรวมกันที่โรงเรียนบ้านแก้งยาง)


ป้ายชื่อโรงเรียนครับ



ป้ายผ้าพิธีมอบอาคารโรงเรียน



น้องๆนักเรียนมารอรับอาคารเรียน (^-^)



คุณสุขุมาลย์ ตรีตุลา ผู้อำนวยการศูนย์ประจำการรถไฟแห่งประเทศไทย มอบกุญแจแก่ผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแก้งยาง และ โรงเรียนค้อบอน



ป้ายที่ระลึกที่อาคารเรียน



ปิดท้ายด้วย พี่ๆสื่อมวลชนทำการเลี้ยงอาหารน้องๆโรงเรียนบ้านแก้งยางและโรงเรียนค้อบอน

เป็นที่อิ่มใจอิ่มบุญเลยครับวันนั้น ตอนที่มาถึงที่โรงเรียน พอลงมาจากรถบัสคณะครูอาจารย์ทั้ง 2 โรงเรียนก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีครับ มีขบวนเครื่องดนตรีท้องถิ่นอีสานมาต้อนรับด้วยครับ เวลาประมาณบ่ายโมงเราก็ออกจากโรงเรียนบ้านแก้งยาง เพื่อเดินทางไปยัง อ.สิรินธร เพื่อรับประทานอาหารกลางวันกันที่เขื่อนสิรินธร

เรื่องราวยังไม่จบเพียงแค่นี้ครับ โปรดติดตามต่อได้ใน 4 วัน 3 คืน 3 ประเทศ (ตอนที่ 2) ในโอกาสต่อไป

ปล.เรื่องนี้จบแน่นอนครับภายในเดือนนี้ ไม่ค้างติ่งไว้แล้ว

edit @ 2006/05/17 18:58:23

2005/Sep/27

หลายคนน่าจะได้ดูโฆษณาของ AIS ตัวใหม่กันแล้วนะ ที่เป็นหนุ่มชาวไทยมาเจอกับนักท่องเที่ยวสาวชาวญี่ปุ่นโดยบังเอิญ ซึ่งวันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่เธออยู่เมืองไทย (ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็ดันมาเหมือนกับพี่คนนึงที่รู้จักด้วย ตอนนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ ดูวี่แววแล้วพี่แกได้เป็นเขยลูกพระอาทิตย์แน่นอน) ผมมาสะดุดกับเพลงที่ใช้ในการประกอบ ก็ไม่รู้นะว่าเพลงชื่อว่าอะไร จนกระทั่งน้องที่อยู่ ม.นเรศวร ส่งเพลงนี้มาให้ (ขอบใจนะจ๊ะบิวที่ส่งเพลงมาให้พี่) ชื่อเพลงนั้นชื่อว่า Sukiyaki ขับร้องโดย Kyu Sakamoto

เรามาดูประวัติของ Kyu Sakamoto กันครับ

Kyu Sakamoto

Kyu Sakamoto (Sakamoto Kyuในญี่ปุ่น) เมื่อวันที่10 พฤศจิกายนพ.ศ. 2484 ในเมืองคาวาซากิจังหวัดคานางาวะ

Kyu-chan เป็นชื่อเล่นของเขาเขามีความจริงใจและยิ้มมีเสน่ห์ (คนรูปร่างเล็กที่อ่อนโยน)

ผลงานเพลงที่มีชื่อเสียงมากสุดของเขาคือ Ue o Muite Aruko (I Look Up When I Walk; Sukiyaki)วางแผงที่ญี่ปุ่นในพ.ศ. 2504ภายหลังนั้นก็วางแผงที่ประเทศสหรัฐอเมริกาพ.ศ. 2506 ในวันที่15 มิถุนายน พ.ศ. 2506 ก็กลายเป็นเพลงนี้ที่เป็นที่นิยมเป็นอันดับ 1 ใน Billboard Chart และเขาได้แต่งงานกับนักแสดงหญิงที่ชื่อว่า Meiko Nakamura

Kyu Sakamoto เสียชีวิตในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2528 ในขณะที่เขาอายุได้ 43 ปี เขาได้โดยสารเครื่องบินโบอิ้ง 747 ของสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ JAL 123 แล้วเครื่องบินที่เขาโดยสารได้ตก ห่างจากกรุงโตเกียวในทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 96 กิโลเมตร มีผู้เสียชีวิต 520 คน และเขาก็เสียชีวิตด้วย

แม้ว่า Kyu Sakamoto จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่เพลงของเขายังคงเป็นที่นิยมทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ

ใครต้องการฟังเพลงนี้ก็โหลดไปฟังได้นะครับ

http://www.wayoutmusic.org/board/attachments/Kyu_Sakamoto_-_Sukiyaki.wma


edit @ 2005/09/28 06:25:46

2005/Sep/23

นางสุขุมาลย์ ศรีตุลา หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ การรถไฟฯ แจ้งว่าในวันที่ 23 ตุลาคม 2548 ที่จะถึงนี้เป็นวันคล้ายวันสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 "พระบิดาแห่งกิจการรถไฟ" ซึ่งได้พระราชทานก่อกำเนิดกิจการขนส่งทางรถไฟขึ้นในประเทศสยาม ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน การรถไฟฯจึงได้จัดเดินขบวนรถพิเศษ ลากจูงด้วยรถจักรไอน้ำ จำลองการเดินขบวนรถคล้ายวันที่พระองค์เคยเสด็จพระราชดำเนินจากกรุงเทพไปกรุงเก่าหรือจังหวัดพระนครศรีอยุธยาขึ้น

โดยขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษดังกล่าวจะใช้หัวรถจักรไอน้ำ ซึ่งการรถไฟฯบำรุงรักษาไว้และนำออกวิ่งในวาระสำคัญ ๆ พร้อมรถโดยสารพ่วง ซึ่งขบวนรถดังกล่าวเป็นรถโดยสารในยุคสมัยรัชกาลที่ 5 (เป็นรถพัดลม) ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้สัมผัสบรรยากาศย้อนยุคดุจดังอดีตเมื่อ 100 ปีที่ผ่านมา

โดยขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษนี้ กำหนดออกจากสถานีกรุงเทพเวลา 08.00 น. ถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เวลา 10.05 น. แล้วจะมีรถยนต์โดยสารมารับคณะนักท่องเที่ยวพาชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ต่าง ๆ เช่นศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา, วัดไชยวัฒนาราม เป็นต้น เมื่อนักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมโบราณสถานและโบราณวัตถุในจังหวัดฯแล้ว ขบวนรถจักรไอน้ำจะมารอรับประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางกลับ โดยกำหนดออกจากสถานีอยุธยาเวลา 17.25 น. กลับถึงกรุงเทพเวลา 19.20 น.วันเดียวกัน (หยุดรับส่งที่สถานีสามเสน,บางซื่อ1 บางเขน,หลักสี่,ดอนเมือง,บางปะอิน)

สำหรับขบวนรถจักรไอน้ำนี้จะลากจูงรถโดยสารเพื่อบริการประชาชนและนักท่องเที่ยวเพียง 9 ตู้เท่านั้น สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ 600 คน ซึ่งขณะนี้การรถไฟฯได้จำหน่ายตั๋วล่วงหน้าให้ผู้สนใจแล้วตั้งแต่บัดนี้ ในราคาคนละ 240 บาท (รวมค่าโดยสารรถไฟ 100 บาท ค่าโดยสารรถยนต์ 140 บาท) สามารถติดต่อซื้อตั๋วได้ที่นายสถานีรถไฟรอบเขตชานเมืองทุกแห่ง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่โทรศัพท์สายด่วน 1690 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา : กองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย
http://www.railway.co.th